วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557

โรงพยาบาลสุรินทร์รายงานจำนวนทารกที่ถือกำเนิดในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗

             โรงพยาบาลสุรินทร์รายงานจำนวนทารกที่ถือกำเนิดในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ตั้งแต่เวลา ๐๑.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. มีจำนวนทั้งสิ้น ๑๓ ราย เป็นเด็กชาย  ๖   ราย   เด็กหญิง   ๗   ราย   
๑.นางเวณิกา   คลองงาม    ให้กำเนิดบุตรเพศหญิง
๒.นางวรวรรณ    วาไทย  ให้กำเนิดบุตรเพศชาย
๓.นางศิริกัญญา  งามมาก   ให้กำเนิดบุตรเพศชาย
๔.นางศิริรัตน์  จับไวดี     ให้กำเนิดบุตรเพศชาย
๕. นางสุวรรณี  เที่ยงทัศน์   ให้กำเนิดบุตรเพศหญิง
๖. นางสุมิตรา    พันธ์ศรี   ให้กำเนิดบุตรเพศหญิง
๗.นางกาญจนา  ไกรการ     ให้กำเนิดบุตรเพศหญิง
๘.นางกุสุมาลย์   โสรัตน์   ให้กำเนิดบุตรเพศหญิง
๙.นางแอปเปิ้ล  ขุมทอง   ให้กำเนิดบุตรเพศหญิง
๑๐.นางอินทิรา  กล้างาม   ให้กำเนิดบุตรเพศชาย
๑๑.นางสุทธิดา  สายแสงจันทร์   ให้กำเนิดบุตรเพศชาย
๑๒. นางปณัฐฐา   แสนกล้า       ให้กำเนิดบุตรเพศหญิง
๑๓.นางนิภานุช   แววดี   ให้กำเนิดบุตรเพศชาย
           ในการนี้ นายแพทย์สมคิด สุริยเลิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์และรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ได้เข้าเยี่ยมและมอบของขวัญให้แก่มารดาผู้ให้กำเนิดบุตร








ข่าวโดย  กลุ่มงานสุขศึกษา  โรงพยาบาลสุรินทร์


                                                                                                                          สุพล  พันอิน


วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557

โรงพยาบาลสุรินทร์รณรงค์วันเอดส์โลก

         วันที่ 1 ธันวาคม 2557 กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลสุรินทร์ ร่วมกับ ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองหน้าสถานีรถไฟ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลสุรินทร์ ออกรณรงค์และสาธิตการใช้การใช้ถุงยางอนามัย รวมทั้งการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เนื่องในวันเอดส์โลก ( 1 ธันวาคม ของทุกปี ) ให้แก่นักเรียนที่โรงเรียนสุรวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์






ข่าวโดย  กลุ่มงานสุขศึกษา  โรงพยาบาลสุรินทร์


                                                                                                                          สุพล  พันอิน


วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วันเอดส์โลก


วันเอดส์โลก

โรคเอดส์เริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๒๔  โดยการก่อตัวขึ้นในบางส่วนของโลกและเป็นอยู่ในหมู่ชนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีการตรวจพบโรคนี้ทั่วโลก และอัตราผู้ป่วยโรคเอดส์เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา

สำหรับในประเทศไทย นับตั้งแต่เริ่มมีโรคเอดส์เกิดขึ้นในประเทศตามรายงานครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๓๓ จำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคเอดส์มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้รัฐบาลจะประกาศเจตนารมณ์ที่จะแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ โดยมอบให้กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบให้มีคณะกรรมการประสานงานเกี่ยวกับโรคเอดส์แห่งชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน

กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบายและแผนการป้องกันและควบคุมโรคเอดส์ระดับชาติสำหรับปี ๒๕๓๑-๒๕๓๔ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคเอดส์ลดผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ ให้มีการประสานและร่วมมือกันระหว่างองค์การทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน แต่สถานการณ์ของโรคกลับแพร่กระจาย มากขึ้นและกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กล่าวคือ เป็นที่เข้าใจกันว่าโรคนี้เกิดเฉพาะในกลุ่มชายรักร่วมเพศ กลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดที่ใช้เข็มฉีดยาเข้าเส้นร่วมกัน และกลุ่มที่มีความสำส่อนทางเพศ แต่ในปัจจุบันโรคนี้ได้แพร่กระจายเข้าไปในกลุ่มอื่นๆ ด้วย เช่น ผู้ที่ได้รับการบริจาคเลือดหรืออวัยวะที่มีเชื้อโรคเอดส์ ทารกในครรภ์มารดาที่ติดเชื้อเอดส์ และยังกระจายไปยังกลุ่มเยาวชน และผู้หญิงอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการรายงานสถานการณ์ผู้ป่วยเอดส์ทั่วโลกของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอดส์ (UNAIDS) ไว้ว่าในปี พ.ศ. ๒๕๔๖  ทั่วโลกมีผู้เป็นเอดส์ทั้งสิ้น กว่า ๓๘  ล้านคน

โดยในจำนวนผู้ติดเชื้อโรคเอดส์นี้ เป็นผู้ใหญ่ประมาณ ๓๑ ล้านคน เด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี อีก ๗ ล้านคน ในปีเดียวกันทั่วโลก มีผู้ป่วยโรคเอดส์ตายไปกว่า ๓ ล้านคน อีกทั้งข้อมูลขอองยูเอ็นเอดส์ยังระบุอีกว่า ตลอด ๒ ปีที่ผ่านมา มีผู้หญิง เป็นกลุ่มที่ติดเชื้อเอชไอวี มากขึ้นในทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะผู้หญิงในเอเชียตะวันออก มีอัตราของการติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๕๖ รองลงมาคือ ผู้หญิงในยุโรปตะวันออก และเอเชียกลาง ปัจจุบัน ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี (ยังไม่ป่วยเป็นโรคเอดส์) สูงถึง ๓๙.๔  ล้านคน เทียบกับเมื่อปี ๒๕๔๕  มีเพียง ๓๖.๖  ล้านคน และปี ๒๕๔๖ มีอยู่แค่ ๓๘ ล้านคน

ปัจจุบันทวีปเอเชีย มีอัตราเพิ่มของผู้ติดเชื้อมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดทั่วโลก โดยในประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เป็นประเทศต้นๆที่ได้รับเชื้อเพิ่ม เฉพาะรัสเซียประเทศเดียว ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่ต่ำกว่า ๘๖๐,๐๐๐  คน

                ในบรรดาผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลก เกือบ ๔๐  ล้านคน ผู้ติดเชื้อประมาณ ๓๗ ล้านคน มีอายุระหว่าง ๑๕-๔๙  ปี ในจำนวนนี้เป็น เพศหญิง เกือบครึ่ง  โดยเฉพาะผู้หญิงทั่วโลก ที่อยู่ในวัยตั้งแต่ ๑๕-๒๔ ปี กลายเป็นเหยื่อเอดส์รายใหม่ เพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ ๖๐  และเยาวชนหญิง วัยระหว่าง ๑๕-๑๙ ปี เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ ร้อยละ  ๕๖  มีรายงานว่า เฉพาะทวีปแอฟริกา แถบทะเลทรายซาฮารา พบการติดเชื้อเอชไอวีในผู้หญิงสูงถึง ๑๓.๓  ล้านคน

ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้ตระหนักถึงอันตรายจากการติดต่อ และการป่วยเป็นโรคนี้จึงได้มีการพยายามหามาตรการเพื่อป้องกันและหยุดยั้งโรคเอดส์ให้เป็นผลสำเร็จ

องค์การอนามัยโลกจึงได้กำหนดให้วันที่ ๑ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๓๑ เป็นปีแรก โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ คือ

 ๑. เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงอันตรายจากการติดต่อและการเจ็บป่วยด้วยโรคเอดส์

๒. เพื่อสร้างเสริมและสนับสนุนให้มีมาตรการการป้องกันให้มากยิ่งขึ้นในสังคมทุกระดับ

๓. เพื่อให้มีการจัดกิจกรรมต่อต้านต่างๆ ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

๔. เพื่อส่งเสริมให้เกิดการยอมรับและห่วงใยต่อผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ

๕. เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

การจัดกิจกรรมรณรงค์ในวันเอดส์โลก จะเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนได้ให้ความเห็นใจและห่วงใยต่อผู้ติดเชื้อและผู้ป่วย ตลอดจนให้ทุกคนมีความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ อันจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้การขยายตัวของโรคนี้ลดน้อยลง

   ที่มา http://www.lib.ru.ac.th/journal/dec/dec01-AIDS.html
------------------------------------------------------
   คัดลอกมาจาก : http://guru.sanook.com/2865/วันเอดส์โลก/




                                                                                                                          สุพล  พันอิน


วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สธ.ดีเดย์ ส่ง “ทีมหมอครอบครัว” ดูแล คนไทย เริ่ม 1 ม.ค.58 นี้


           กระทรวงสาธารณสุขเตรียมมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนไทย เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2558 เป็นต้นไป  ทุกครัวเรือนทั้งในเขตชนบทและเมือง จะมีทีมหมอครอบครัว ช่วยดูแลสุขภาพ รักษา ส่งเสริม ป้องกันและฟื้นฟู พร้อมผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเพิ่ม ย้ำหมอครอบครัว สร้างความมั่นคง มั่นใจระบบบริการสุขภาพ

          วันนี้ (26 พฤศจิกายน 2557) ที่อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ ศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปาฐกฐาพิเศษ เรื่อง “นโยบายเวชศาสตร์ครอบครัวในระบบสาธารณสุขไทย” ในงานประชุมวิชาการของราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ประจำครอบครัว แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันพระบรมราชชนก สมาคมแพทย์เวชปฎิบัติทั่วไป และสภาการพยาบาล  ประจำปี 2557 ซี่งในปีนี้เน้นเรื่อง “ทักษะการบริการปฐมภูมิและเวชปฏิบัติครอบครัวในศตวรรษที่ 21”

          ศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ให้ประชาชนทุกคนบนแผ่นดินไทย สามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง   ใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระบบที่ยั่งยืน โดยจะต้องมีการเข้าไปดูแลสุขภาพประชาชน ถึงในระดับครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคมและมีความสำคัญที่สุดในการส่งเสริมพัฒนาสุขภาพของประชาชนในชุมชน  โดยจะใช้ระบบการสร้างนำการซ่อมสุขภาพ  เพื่อรักษาการมีสุขภาพดีของประชาชนไว้ให้ยาวนานที่สุด รวมทั้งเน้นการดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่การป้องกัน ดูแล และรักษา จนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพหลังเจ็บป่วย

ทั้งนี้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนไทยทั้งประเทศที่ป่วยแล้วและยังไม่ป่วย  ให้เข้าถึงบริการและได้รับการดูแลสุขภาพอย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น กระทรวงสาธารณสุขจะส่งทีมหมอครอบครัว ซึ่งเป็นบุคลากรด้านสุขภาพประกอบด้วย แพทย์ประจำครอบครัว ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และนักกายภาพบำบัด และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอื่น ๆ  เข้าไปให้การดูแลสุขภาพประชาชนทุกครอบครัวในชุมชนทั้งในชนบทและในเขตเมือง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 เป็นต้นไป  ทีมหมอครอบครัวดังกล่าวจะให้การดูแลรักษาสุขภาพเบื้องต้น เป็นที่ปรึกษาปัญหาสุขภาพต่างๆ มีการออกเยี่ยมบ้านดูแลผู้ป่วยที่พักฟื้นที่บ้านด้วย ในกรณีที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาในโรงพยาบาล ก็จะทำหน้าที่ประสานงานกับโรงพยาบาลในระดับที่สูงขึ้น เพื่อส่งตัวผู้ป่วยเข้าไปรับการรักษาอย่างเหมาะสมจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งหายป่วย ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงและมั่นใจในระบบบริการสุขภาพของไทย

          อย่างไรก็ตาม เพื่อให้นโยบายดังกล่าวบรรลุผลและวางฐานของระบบการสร้างสุขภาพของประเทศให้เข้มแข็งขึ้น กระทรวงสาธารณสุขจะเร่งผลิตแพทย์เวชศาสตร์ประจำครอบครัว ซึ่งเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการดูแลชุมชนเพิ่มขึ้นอีก ให้ครอบคลุมโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลทั่วไปทุกแห่ง  เพื่อเป็นหัวหน้าทีมสุขภาพทำงานร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้สามารถดูแลครอบครัวในชุมชนได้ ทั้งหมดนี้จะทำให้ประชาชนทุกคน สามารถเข้าถึงการบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพมากขึ้น


                                                                      แหล่งข่าวโดย » สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข





                                                                                                                          สุพล  พันอิน

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โรงพยาบาลสุรินทร์จัดโครงการประชุมวิชาการ"สุรินทร์อายุรศาตร์ทันยุค 2014"




       วันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 โรงพยาบาลสุรินทร์ โดยกลุ่มงานอายุรกรรม จัดโครงการประชุมวิชาการ สุรินทร์อายุรศาสตร์ทันยุค 2014 ที่ห้องประชุมสระโบราณ โรงพยาบาลสุรินทร์ โดยมี นพ.สมคิด สุริยเลิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ เป็นประธานเปิดงาน นพ.พิชัย  ชาติกิจอนันต์ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรกรรม โรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวรายงาน
      นพ.สมคิด  สุริยเลิศ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลสุรินทร์มีนโยบายในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพตาม Service plan เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่ได้มาตรฐาน ให้บริการเชื่อมโยงไร้รอยต่อ ระหว่างโรงพยาบาลสุรินทร์และโรงพยาบาลในเครือข่าย และเพื่อพัฒนาศักยภาพ ให้สามารถดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านอายุรกรรม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
        นพ.สมคิด สุริยเลิศ  กล่าวอีกว่า สาเหตุการตายที่สำคัญของประเทศไทย 5 อันดับแรกได้แก่ โรคหัวใจ อุบัติเหตุและการเป็นพิษ มะเร็งทุกชนิด ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดสมอง ส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อการพัฒนา ทั้งเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งหากดูแลสุขภาพไม่ดี จะนำไปสู่การเจ็บป่วยแทรกซ้อน และความพิการ ซึ่งสาเหตุการตายส่วนใหญ่เป็นโรคทางด้านอายุรกรรม






ข่าวโดย  กลุ่มงานสุขศึกษา  โรงพยาบาลสุรินทร์


                                                                                                                          สุพล  พันอิน

   

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ครม.ไฟเขียวขึ้นค่าครองชีพ ขรก.-ลูกจ้างชั้นผู้น้อย



           ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวข้าราชการและลูกจ้างประจำตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่ 1 ตุลาคม 57 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ผู้ที่มีเงินเดือนไม่ถึงเดือนละ 13,285 บาท จะได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพเป็นเดือนละ 2,000 บาท แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนแล้วต้องไม่เกินเดือนละ 13,285 บาท ขณะที่ผู้ที่มีเงินเดือนไม่ถึงเดือนละ 10,000 บาท จะได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพจนถึง 10,000 บาท




ที่มา : เรื่องเล่าเช้านี้

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โรงพยาบาลสุรินทร์เป็นห่วงประชาชน ให้ใส่ใจเลือกซื้ออาหารในช่วงเทศกาลงานมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์


          นพ.สมคิด  สุริยเลิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวว่าในช่วงเทศกาลงานมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ ขอให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัยในการเลือกซื้อของอุปโภค บริโภค ให้มาก เนื่องจากเป็นเทศกาลการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจังหวัดสุรินทร์เป็นจำนวนมาก จึงอาจทำให้พ่อค้า แม่ค้า ละเลยที่จะใส่ใจคุณภาพของสินค้า   โดยเฉพาะของบริโภคประเภทอาหารสด ที่ซื้อแล้วรับประทานทันที จึงอยากให้ประชาชนใส่ใจกันให้มากๆ  ทั้งนี้ นพ.สมคิด  สุริยเลิศ แนะนำวิธีการเลือกซื้ออาหารว่าควร ร้านอาหารและแผงลอยที่สะอาด โดยผู้ปรุงและประกอบอาหารแต่งกายสะอาด  ใส่เสื้อมีแขน  ใส่หมวก  ใส่รองเท้า  ไม่ทาเล็บมือและไม่สวมแหวน   สังเกตลักษณะของอาหาร  เช่น  สี  กลิ่น  และรส  ต้องไม่มีความผิดปกติจากธรรมชาติ ถ้าเป็นอาหารที่มีบรรจุภัณฑ์ให้อ่านฉลากก่อนซื้อ  เช่น  วัน/เดือน/ปี หมดอายุ, อย., ชื่อผู่ผลิต, สถานที่ผลิต, คุณค่าของสารอาหารในฉลาก ด้วย และสังเกตลักษณะของภาชนะบรรจุ  ต้องอยู่ในลักษณะที่ดี  สะอาด  เช่น  เครื่องดื่มอยู่ในภาชนะที่ปิดสนิท  กระป๋องอยู่ในสภาพดี เป็นต้น
          สำหรับคนที่มีอาการอาหารเป็นพิษหรืออาการท้องเสีย ให้ปฏิบัติดังนี้พักผ่อนให้มากๆ เพราะร่างกายเพลีย  ดื่มผงเกลือแร่หากอ่อนเพลียหรือถ่ายมาก และกินอาหารที่ย่อยง่ายเมื่ออาการทุเลา ถ่ายอุจจาระลงส้วมที่ถูกสุขลักษณะ และระวังในการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น หากอาการไม่ทุเลา หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ นพ.สมคิด กล่าว



ข่าวโดย  กลุ่มงานสุขศึกษา  โรงพยาบาลสุรินทร์


                                                                                                                          สุพล  พันอิน